lnwshop logo
เจ้าของร้านค้านี้ ไม่ได้เข้าสู่ระบบเป็นระยะเวลา 76 วัน แล้ว

หน้าแรก

WELCOME TO GADZ SHOP

สวัสดี เพื่อน ๆ ขอต้อนรับสู่ร้านแก็ดเจ็ท ไอทีแสนเกร๋ ที่จะนำเสนออุปกรณ์เสริม เพื่อชีวิตประจำวันที่สะดวกสบาย ให้ความเป็นตัวตนของคุณอย่างเต็มที่ เรามีหูฟัง เพื่อการฟังเพลงที่มีแสนเพลิดเพลิน หน่วยเก็บความจำ เมมโมรี่การ์ด ยูเอสบี ฮาร์ดดิสก์ หลายหลายยี่ห้อ หลายราคา ตามความพึงใจ และยังมีสินค้า Prosumer ให้เลือกหาไว้ใช้งาน อาทิเช่น HDD Thunderbolt "Promise", "CallDigit" หรือจะมองหา mixer Yamaha คู่กับลำโพงเสียงดี เรียนเชิญนะครับ/ค่ะ

NEW ITEMS

รหัสสินค้า TSB84506AP-Black
2,490.00 บาท
1,990.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า SDCFXPS-032G
2,250.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า SDCFXPS-016G
1,450.00 บาท
  • สั่งซื้อ

RECOMMENDED

รหัสสินค้า HP-SL-07
1,200.00 บาท
890.00 บาท
  • สั่งซื้อ

 

นี่คือกล่อง "เขียนข้อความ" กล่องที่จะให้คุณเพิ่มข้อความ รูปภาพและวิดีโอได้อย่างอิสระตามสไตล์ของคุณเอง เช่น แบนเนอร์ โปรโมชั่น บทความ แนะนำร้านค้า หรือ รายการสินค้าเด่น เป็นต้น โดยคุณสามารถแก้ไขหรือลบกล่องนี้ได้หากคุณต้องการ ซึ่งมีวิธีการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

วิธีการแก้ไขข้อความในกล่อง

 

เข้าสู่โหมดตกแต่งร้าน > คลิกเลือกที่กล่องนี้ > เลือกเมนูข้อความ
จากนั้นคุณสามารถแก้ไขข้อความ หรือ ลบกล่องได้ด้วยการคลิกไอคอนถังขยะค่ะ
 

บทความมาใหม่

ทำความรู้จักกับเมมโมรี่การ์ด

การจะเลือกซื้อเมมโมรี่การ์ดสักใบ ดูท่าจะไม่ง่ายซะแล้ว เพราะมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย รวมถึงสัญลักษณ์ที่เห็นบนสินค้ามีเยอะแยะ ศัพท์เทคนิคทั้งนั้น แล้วจะเลือกอย่างไรดี ให้เหมาะกับการใช้งาน เหมาะกับกล้อง และได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ข้อมูลหลัก ๆ ที่ใช้พิจารณาเลือกซื้อ ก็คือ ความเร็วอ่าน/เขียน ของการ์ด และสปีดคลาส (speed class)  และมีข้อมูลอื่น ๆ ประกอบการตัดสินใจให้ผู้ซื้อ ได้รับรู้

เมื่อต้องซื้อเมมโมรี่การ์ด จะซื้ออะไรดี SD card Class4, SD card Class6, SD card Class10 และจะมี speed class ที่มากกว่านี้อีกมั๊ยน๊า แล้วสปีดไหนดีล่ะ ที่จะเหมาะกับผู้ซื้อ ข้อมูลแค่นี้ก้อยังทำให้ลังเลใจในการเลือก ยังมีสัญลักษณ์เพิ่มเติมอีก เช่น Full HD, U1, U3, UHS-1, UHS-2, 4K ฯลฯ ... โอ๊ย เอาอย่างไรดีเนี่ย

ยี่ห้อนี้ถูกดีนะ เห็นราคาในร้านสะดวกซื้อ ร้านขายอุปกรณ์ไอที ทั่วไป ยี่ห้อการ์ด คุ้นตาบ้าง ไม่คุ้นหูบ้าง แล้วจะเชื่อได้หรือป่าว เดี๋ยวนี้ของจีนผลิตเยอะแยะ ราคาแสนถูก ซื้อใช้งานแล้วภาพจะอยู่ หรือจะหายไปเฉยๆ เก็บไฟล์ภาพได้ครบถ้วนมั๊ย หากมีภาพหายไป กู้ภาพคืนมาได้มั๊ย ซื้อไปแล้วจะได้หน่วยความจำเต็ม ตามที่ระบุไว้บนกล่องมั๊ย ลังเลใจมาก

 

 

ชนิดของเมมโมรี่การ์ด

SD (Secure Digital) Memory Cards:

SD card นี้ เป็นเมมโมรี่การ์ดรุ่นพื้นฐาน ซึ่งสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่มีช่องสนับสนุน SD ทั่วไป ใช้งานได้เป็นส่วนใหญ่ ไม่มีข้อจำกัด เท่าที่เห็นมีขายในตลาดบ้านเรา จะเป็น SD Class2, SD Class4

SDHC (Secure Digital High Capacity) Memory Cards:

SD card ชนิดนี้ ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อให้สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้สูงขึ้น ซึ่งเมมโมรี่การ์ดรุ่นพื้นฐานนั้น สามารถทำหน่วยความจำได้สูงสุดเพียง 2GB เท่านั้น แต่ถ้าเป็น SDHC จะสามารถมีหน่วยความจำได้สูงถึง 32GB ด้วยโครงสร้างของการ์ดชนิดเดียวกัน ขนาดเท่าเดิม  ข้อควรระวังคือ การ์ดชนิดนี้อาจไม่สามารถใช้ได้กับกล้องรุ่นเก่าที่ผลิตก่อนจะมี SDHC (ซึ่งต้องศึกษาจากคู่มือกล้องอีกครั้ง)

SDXC (Secure Digital ‘Xtra Capacity’) Memory Cards:

SD card ชนิดนี้ จะสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้สูงขึ้นอีก ซึ่งผลิตการ์ดได้สูงสุดถึง 2TB(terabytes) และยังมีมีความสามารถอ่าน/เขียน ข้อมูลได้เร็วกว่า การ์ดชนิดอื่น ในด้านของขนาดและลักษณะของการ์ด ยังคงเป็น SD card เช่นเดียวกัน สามารถใช้กับ SD card slot ทั่วไปได้ เช่นเดียวกัน ต้องศึกษาคู่มือกล้องอีกครั้ง ว่ารองรับการใช้การ์ด SDXC หรือไม่ เนื่องจากเป็นการ์ดที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อรองรับความเร็วสูงสุดที่ต้องการ ดังนั้นคงใช้ไม่ได้กับกล้องทุกรุ่น หากนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์ คงต้องเป็น Window7 ขึ้นไป Linux รุ่นปัจจุบัน Mac OSX (Snow Leopard) ที่รองรับการอ่านระบบไฟล์ exFAT filesystem

CompactFlash (CF) Memory Cards:

CF card เป็นการ์ดรุ่นเดียวที่สามารถผลิตให้มีหน่วยความจำสูงที่สุด และมีความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูลได้เร็วกว่า ซึ่ง Sandisk ได้คิดค้นการ์ดชนิดนี้ออกสู่ตลาด ในปี 1994 และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ในปัจจุบันนี้จะพบว่ามีใช้ CF card กับกล้อง DSLRs รุ่นสูง ๆ เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ในปีที่ผ่านมาทาง Canon ได้เลือกใช้ CF card เป็นหน่วยบันทึกข้อมูลของกล้องวิดีโอ ที่รองรับ Full HD สำหรับผู้ใช้งานมืออาชีพ

MicroSD Memory Cards:

microSD card เริ่มมีการใช้ครั้งแรกในโทรศัพท์มือถือ เพื่อการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของโทรศัพท์ โดยเฉพาะรูปถ่าย ในยุคที่มีการผลิต Camera Phone ออกสู่ตลาด และถือว่าเป็นเมมโมรี่การ์ด ที่เล็กที่สุดในโลก ด้วยขนาดเพียง 15x11x1 mm แถมยังมีความจุสูงถึง 2GB  เวลาต่อมา ได้มีการผลิต microSDHC ขึ้นมา ทำให้มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 4GB-32GB  ในปัจจุบันได้ผลิต microSDXC ขึ้นมาด้วย ทำให้รองรับความจุได้ถึง 2TB ตามมาตรฐาน แต่เทคโนโลยี ยังไปไม่ถึง จึงเห็นความจุสูงสุดเพียง 128GB เท่านั้น ที่ออกสู่ตลาด 

xD Picture Memory Cards:

xD card (ย่อมาจาก ‘eXtreme Digital’) เป็นรูปแบบการ์ดที่มีใช้ในกล้อง Fuji รุ่นเก่า และกล้อง Olympus รุ่นเก่า เท่านั้น ปัจจุบันไม่มีกล้องตัวไหนในตลาด ใช้การ์ดชนิดนี้แล้ว

Memory Stick Duo Memory Cards:

MemoryStick ถูกคิดค้นขึ้น และใช้สำหรับกล้องยี่ห้อ Sony เท่านั้น แรกเริ่มเป็นเมมโมรี่การ์ดแผ่นยาว ต่อมาผลิตกล้องเล็กลง จึงตัดเหลือครึ่งหนึ่ง เป็น MemoryStick Duo แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีการใช้งานแล้ว กล้อง Sony ใช้ SD card

Multi Media Cards (MMC):

MMC card มีลักษณะการ์ดเหมือน SD card ทุกอย่าง แตกต่างกันเพียงไม่มีปุ่มล๊อค การเขียนข้อมูลลงการ์ดเท่านั้น และเนื่องจากไม่มีการพัฒนาต่อเนื่อง ทำให้การ์ดมีความเร็วในการอ่าน/เขียน ช้าที่สุด เมื่อเทียบกับ SD card

 

UHS-I Standard:

UHS-I เป็นมาตรฐานของ SDHC card ซึ่ง Sandisk ผลิตออกสู่ตลาด เพื่อนำเสนอการโอนถ่ายข้อมูลที่เร็วขึ้น สามารถเพิ่มความเร็วในการเขียนข้อมูลได้ถึง 45MB/s และเร็วกว่าในปัจจุบัน การ์ดรุ่น Sandisk Extreme Pro / Extreme รองรับเทคโนโลยีนี้เกือบทั้งหมด ซึ่งเหมาะกับการนำไปใช้งานประเภท Raw file และ/หรือ ถ่ายวิดีโอ Full HD ที่พูดถึงการใช้งานลักษณะนี้ เพราะไฟล์ภาพ หรือไฟล์งานจะใหญ่มาก Raw File - 1 ภาพ อาจมีจำนวนข้อมูลสูงถึง 50MB ได้ และหากพูดถึงการถ่ายวิดีโอ Full HD - 1 ไฟล์ อาจสูงถึง 4G ขึ้นไป ขึ้นกับระยะเวลาในการถ่ายวิดีโอแต่ละช่วง

 

UHS-II Standard:

UHS-II เป็นอีกหนึ่งมาตรฐานของ SD Association version 4.0  ซึ่งกำหนดมาตรฐานการโอนถ่ายข้อมูล ระหว่าง 156MB/s – 312MB/s  และมีอัตรากินไฟต่ำมาก ทำให้ประหยัดการใช้แบตเตอรี่ของกล้องได้มากทีเดียว รูปแบบการใช้งานยังคงเหมือนกับ UHS-I แต่เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า ตอบสนองการทำงานได้ดีกว่ามาก

 

CFast 2.0 Standard:

ในปี 2012 ทาง CompactFlash Association ได้ออกมาตรฐาน CFast 2.0 สู่ตลาด และรับรองการอ่าน/เขียน ข้อมูลลงการ์ดได้มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิมที่มี และในปี 2013 ทาง Sandisk ได้ออกการ์ด CFast 2.0 และเคลมว่าเป็นเมมโมรี่การ์ดที่เร็วที่สุดในโลก รับรองการอ่านข้อมูลได้ถึง 450MB/s และเขียนข้อมูลได้เร็วถึง 350MB/s ทีเดียว สำหรับการใช้งาน ยังคงเป็นกล้องวิดีโอคุณภาพสูง ที่ระบุการใช้การ์ดเป็น CFast2.0 เช่น BlackMagic Cinema Camera เป็นต้น กล้อง DSLRs รุ่นอื่น ๆ ทั่วไป คงจะเกินจำเป็นและใช้ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพของการ์ดนัก

 

Memory Card Readers:

ขาดไม่ได้ทีเดีย สำหรับ MemroyCard reader หรือตัวอ่านข้อมูล สำหรับผู้ใช้การ์ดทุกคน ที่ต้องการโอนถ่ายข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อผ่านยูเอบีพอร์ต ซึ่งทำงานในลักษณะเดียวกับ USB Flashdrive ในการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ รุ่นที่มีการ์ดในท้องตลาดจะรองรับการ์ดชนิดต่าง ๆ ได้ถึง 12 in 1 และบางยี่ห้อบอกขายเป็น 35 in 1 ทีเดียว ทำให้นึกไม่ออกว่ามีชนิดของการ์ดมากมายเพียงนี้หรือ

จะเลือกซื้อการ์ด ต้องสังเกตอะไรบ้าง

มือใหม่ มือสมัครเล่น หรือผู้ที่ถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก

ชนิดของการ์ด และความจุ จะเป็นหลักสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อการ์ด โดยต้องรู้ก่อนว่ากล้องที่มีอยู่นั้น ใช้การ์ดชนิดใด และรองรับความจุได้สูงสุดเท่าไหร่ จะรู้ไปทำไม ก็เพื่อไม่ให้เสียเงินฟรีนะครับ เช่น ถ้าหากกล้องระบุว่า รองรับหน่วยบันทึกข้อมูลได้สูงสุด 32GB เราดันซื้อการ์ด 64GB มาใช้ กล้องจะเห็นเพียง 32GB เท่านั้น บันทึกภาพไม่ได้มากกว่านี้ เป็นต้น ส่วนของ speed class คงไม่ต้องกังวล ในปัจจุบันราคาการ์ด ถูกมากแล้ว ซื้อการ์ด class 10 มาใช้ได้เลย ยกเว้นผู้ใช้ที่มีกล้องรุ่นเก่ามาก ต้องใช้ class4 หรือต่ำกว่า และนั่นก็อาจเป็นส่วนน้อยมาในตลาด

เรามาดูกันว่า สัญลักษณ์ที่ปรากฏในการ์ด ที่วางขายนั้น ต้องสังเกตตรงไหนกันบ้าง

นักถ่ายภาพกึ่งโปร มือโปร มืออาชีพ

การจะให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้กลุ่มนี้ ดูเป็นเป็นเรื่องน่าอายอยู่เหมือนกัน อาจจะสอนจระเข้ว่ายน้ำ เข้าให้ โดนสอนกลับคงสนุกทีเดียว แต่จะไม่เขียนถึงคงไม่ดี ถือเป็นแนวทางสำหรับผู้เริ่มต้น ที่กำลังเดินมาสู่เส้นทางนี้แล้วกันนะครับ

ผู้ใช้กลุ่มนี้จะให้ความสำคัญที่สุด คือ Write Speed ความเร็วในการเขียนข้อมูลลงการ์ด ต้องตอบสนองการใช้งานได้ทุกสภาวะ ส่วนใหญ่แล้วจะถ่ายภาพ และเก็บเป็น Raw file ซึ่งรู้กันว่า 1 ไฟล์อาจใหญ่ถึง 50MB นั่นหมายความว่า การ์ดที่ใช้ควรจะต้องมีความเร็วในการเขียน อย่างน้อย 45MB/s ขึ้นไป ซึ่งจะทำให้การถ่ายภาพ 1 ภาพ ใช้เวลาที่ 1 วินาที และหากรวมเข้ากับ กล้องคุณภาพสูงที่มีความจำสำรองเป็น buffer อีกแล้วละก็ ในการถ่ายภาพ 1 วินาที อาจได้ 2-3 ภาพ เลยทีเดียว ความเร็วในการอ่านการ์ด ไม่ต้องพูดถึง ยี่ห้อไหน ๆ ก็ทำได้เร็วเช่นกัน ที่กล่าวมาข้างต้น ยังใช้ได้กับการถ่ายภาพต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า burst mode หากผู้ใช้มีการถ่ายภาพลักษณะนี้ การเลือกการ์ดที่มีความเร็วในการเขียน จะรองรับการใช้งาน และไม่ทำให้หงุดหงิด เวลาถ่ายภาพ

การถ่ายวิดีโอ ด้วยกล้อง DSLR หรือมืออาชีพนำไปใช้ถ่ายทำหนัง ก็ยังคงต้องยึดถือ Write Speed ความเร็วในการเขียนข้อมูล เป็นสำคัญ โดยมาตรฐานการถ่ายวิดีโอ หน่วยบันทึกข้อมูลจะต้องมีความเร็วในการเขียน ขั้นต่ำ 45MB/s ถึงจะเหมาะสมกับการใช้งานถ่ายวิดีโอ

ข้อสำคัญอีกข้อหนึ่ง ที่ผู้ใช้กลุ่มนี้มองหา คือ การ์ดที่เชื่อถือได้ ไม่เสียง่าย ถ่ายรูปแล้วภาพไม่หาย หรือเสียระหว่างการใช้งาน ซึ่งนั่นหมายถึงการ์ดจะต้องมีเสถียรภาพในการใช้งานได้อย่างดี และเชื่อถือได้  โดยมาตรฐาน สามารถวัดค่าได้จาก Mean Time Before Failure (MTBF) หรือค่าเฉลี่ยการใช้งานก่อนเสีย  ซึ่งยี่ห้อส่วนใหญ่ที่วางขายอยู่นั้น มักไม่ให้ข้อมูลด้านนี้ มีเพียง Sandisk ที่ออกมาประกาศ และรับรองการ์ดตัวเองว่า ผลการทดสอบ MTBF สูงกว่า 1,000,000 ชั่วโมงการใช้งานของเมมโมรี่การ์ด พูดอีกนัยหนึ่งคือ ใช้งานการ์ดแซนดิสก์ได้ยาวนานถึง 115 ปี ก่อนที่การ์ดใบนั้นจะลาโลกไป คงต้องพิจารณากันเอาเองล่ะครับ

Speed : ความเร็วของการ์ด

ความเร็วของเมมโมรี่การ์ด มีความสำคัญ 2 ข้อ คือ ความเร็วในการอ่าน และความเร็วในการเขียนข้อมูล

ความเร็วในการอ่านข้อมูล นั้นหมายถึง อัตราความเร็วในการดึงข้อมูลจากการ์ด มาแสดงผลบนคอมพิวเตอร์ การโอนถ่ายข้อมูลลงบนคอมพิวเตอร์ หรือการสั่งพิมพ์ภาพโดยตรงจากการ์ด สู่พริ้นเตอร์  ซึ่งความเร็วนี้จะมีผลเป็นบวก หรือลบ จากปัจจัยของอุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น card reader, USB2.0, USB3.0, FireWire400, FireWire800 เป็นต้น

ความเร็วในการเขียนข้อมูล นั้นหมายถึง อัตราความเร็วในการเขียนข้อมูลภาพถ่ายลงบนการ์ด ซึ่งสำคัญมากเมื่อต้องการถ่ายภาพต่อเนื่องอย่างเร็ว เช่น burst mode การถ่ายวิดีโอ ด้วยอัตราความละเอียดสูงสุด เช่น Full HD, 4K  ดังนั้น หากคุณคือช่างภาพมืออาชีพ ช่างภาพกีฬา และมีลักษณะงานที่ต้องถ่ายภาพต่อเนื่อง ในอัตราสูงสุด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เมมโมรี่การ์ดที่มีความเร็วในการเขียนข้อมูลที่เร็วมากทีเดียวหรือแม้แต่ช่างภาพ Wedding Studio ที่จะต้องถ่ายภาพและเก็บข้อมูลเป็น Raw Files ก็ยังคุ้มค่าการลงทุนกับการ์ดที่มีความเร็วในการเขียนข้อมูล ซึ่งจะทำให้งานของคุณเร็วขึ้น ทั้งช่วงเวลาทำงานถ่ายภาพ และช่วงเวลาโอนถ่ายข้อมูลขึ้นคอมพิวเตอร์

 

Speed Class : ขั้นของความเร็วมาตรฐานในเขียนข้อมูลบนการ์ด

หากสังเกตบนเมมโมรี่การ์ด จะพบว่ามีการระบุความเร็วในการอ่าน หรือความเร็วในการเขียนข้อมูล ของการ์ดใบนั้น ๆ อยู่ ซึ่งจะต้องมีการแปลงค่า ตัวเลขก่อนที่จะรู้ว่า การ์ดใบไหน เร็วกว่ากัน แต่สิ่งที่ต้องรู้และจดจำ คือ ความเร็วในการอ่านของการ์ดนั้น จะเร็วกว่าอัตราความเร็วในการเขียน เสมอ

มาดูกันเลยว่า มีตัวเลขอะไรปรากฏบนการ์ดบ้าง เช่น 133x, 200x, 300x,…, 1066x เป็นต้น ตัวเลขเหล่านี้ เราจะเรียกว่า Commercial X rating ซึ่งหมายถึงอัตราความเร็ว เพื่อการค้า ส่วนใหญ่จะระบุความเร็วในการอ่านข้อมูล มากกว่าที่จะระบุความเร็วในการเขียนข้อมูล ผู้ซื้อคงจะต้องถามผู้ขาย อย่างเจาะจงไปเลยว่า อัตราความเร็วในการเขียนข้อมูลลงการ์ด คือเท่าไหร่  เรามาทำความเข้าใจกันว่า 1x จะเทียบเท่ากับความเร็วของ CD-ROM ที่ 150 KB/sec. ในการอ่านหรือเขียนข้อมูลลงการ์ด และถ้าอยากรู้ว่า 200x นั้นเร็วเท่าไหร่ ก็คูณตามนี้เลยครับ 200x150KB/s = 30,000KB/sec (เป็นการคำนวณอย่างคร่าวๆ เท่านั้น) ผลลัพธ์นี้แปลงเป็นตัวเลขที่เข้าใจง่าย ๆ คือ 200x เทียบเท่ากับ การอ่านข้อมูลจากการ์ดที่ขนาดไฟล์ 30MB ต่อ 1 วินาที ที่อธิบายว่าเป็นความเร็วในการอ่าน เพราะทุกยี่ห้อในตลาด ระบุ X speed บนการ์ด เป็นความเร็วในการอ่านข้อมูล แทบทั้งสิ้น

แล้วผู้ซื้อจะรู้ได้อย่างไร ว่ามาตรฐานของการ์ด อยู่ที่ไหน อย่างไร ก็คงต้องพึ่ง SD Association ซึ่งเป็นองค์กรกลาง กำหนดมาตรฐานของความเร็วที่ขั้นต่ำไว้ ซึ่งก็คือ class rating นั่นเอง เป็นขั้นต่ำของความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล ที่ผู้ผลิตเมมโมรี่การ์ดทุกยี่ห้อ ต้องทำตาม ไม่ว่าจะเป็นการ์ดชนิดไหน SD/SDHC/SDXC ซึ่งจะต้องระบุ class rating ไว้

Class 2 : รับรองความเร็วขั้นต่ำในการเขียนข้อมูลที่ 2MB/s

Class 4: รับรองความเร็วขั้นต่ำในการเขียนข้อมูลที่ 4MB/s

Class 6 : รับรองความเร็วขั้นต่ำในการเขียนข้อมูลที่ 6MB/s 

Class 10 : รับรองความเร็วขั้นต่ำในการเขียนข้อมูลที่ 10MB/s

Class rating นี้ มีการอ้างอิงจากผู้ผลิตอุปกรณ์ถ่ายภาพ วิดีโอ ซึ่งกำหนดขึ้นภายใต้การใช้งานพื้นฐานของอุปกรณ์เหล่านั้น รวมถึงการให้ได้ผลลัพธ์ของถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงสุด หรือถ่ายวิดีโอ ระดับ SD, HD, Full HD, 4K ฯลฯ ดังนั้นความเร็วในการเขียนข้อมูลที่ต่างกัน จึงมีผลโดยตรงต่อภาพ หรือผลงานที่ต้องการที่แตกต่างกัน ตารางเปรียบเทียบข้างล่างนี้ คงเป็นแนวทางอธิบายการใช้งาน และทำให้เลือกการ์ดที่เหมาะกับการใช้งานได้

ข้อมูลจากเว็บไซด์ SD Association

 

ผู้เขียนหวังว่า ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ และเป็นแนวทางในการเลือกซื้อการ์ดที่ถูกใจ และเหมาะกับการใช้งานของทุกท่าน และขอให้สนุกกับการถ่ายภาพ

Blog :  9irtim

www.ohmygadz.com, www.gadzshop.com

Page : www.facebook.com/ohmygadz

IG : MemoryStore

Tweeter : 9irtim

 

 

NEW ITEMS

รหัสสินค้า TSB84506AP-Black
2,490.00 บาท
1,990.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า SDCFXPS-032G
2,250.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัสสินค้า SDCFXPS-016G
1,450.00 บาท
  • สั่งซื้อ

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม238 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด146 ครั้ง
เปิดร้าน13 พ.ค. 2558
ร้านค้าอัพเดท10 เม.ย. 2560

CONTACT US

+66 86 0199929
facebooktwitter
Go to Top